ประเภทของลายสัก

ประเภทของรอยสัก

แนะนำ ประเภทของรอยสัก อธิบายถึงความเป็นมา ประวัติ ยกตัวอย่างของ ลายสัก รอยสัก ประเภทนั้นๆ ทั้ง 13 ประเภท ซึ่งเป็นเสน่ห์ ของศิลปะบนเรือนร่าง เป็นเกร็ดความรู้ให้ท่านผู้สนใจ ซึ่งมีความเป็นมายาวนาน มีทั้งลายสัก ในเรื่องของแฟชั่น ความนิยมชมชอบ ความเชื่อ ความศรัทธา ซึ่งแต่ล่ะรอยสัก มีวัฒนธรรม และความหมายที่มีความเฉพาะตัวต่างกัน

ประวัติความเป็นมาของการสัก

การสัก คือ เขียนหรือวาดสีและลวดลายบนเรือนร่าง ซึ่งเป็นที่มาของ ลายสัก หรือ รอยสัก ในลวดลายต่างๆ นั่นเอง ซึ่งการสักนั้น มีจุดกำเนิดมาจาก ประเทศกรีก เป็นการสัก เพื่อเป็นการทำเครื่องหมาย หรือ สัญลักษณ์บนใบหน้า เหล่าทาส และ พวกอาชญากร และเริ่มแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ ในยุโรป แต่ต่อมาปี ค.ศ. 787 การสักบนใบหน้ากลายเป็นถือว่าเป็นการลบลู่ต่อพระเจ้า

ที่ญี่ปุ่นลักษณะของการสักเรียกว่า  Irezumi หรือแปลว่าการเติมหมึก มีการคาดการณ์กันไว้ว่าเริ่มขึ้นสมัยศตวรรษที่ 8 ตามกลุ่มคนหรือ ต่างๆ เช่น อาชญากร เพชฌฆาต ต่อมาเริ่มมีการสักในแบบ Horibari ซึ่งเป็นการสักษฯะที่มีลวดลายต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย เริ่มนิยมแพร่หลายในปี ค.ศ.1750 

ส่วนในประเทศไทยนั้น ค้นพบว่าการสักครั้งแรกมาจาก การสักเลขลงบนข้อมือของบรรดาไพร่ เพื่อยืนยันว่าไพร่คนนั้นได้ขึ้นทะเบียนเป็น ไพร่หลวง สังกัดที่กรมกองใด ต่อมาการสักดังกล่าว ได้ถูกยกเลิก ในสมัยรัชกาลที่ 4 ส่วนการสักที่ส่วนแขน หรือ ที่บริเวณหน้าผาก สำหรับผู้ต้องโทษจำคุก แต่ต่อมาก็ได้ถูกยกเลิกไปใน พ.ศ.2475

เกี่ยวกับการลบรอยสัก

การลบรอยสักมี 6 วิธี

  1. ใช้เครื่องเลเซอร์ลบ  (LASER BEAM) ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก ใช้ได้ผลดีในลายสักประเภทสีเขียว หรือสีดำ แต่ก็จะมีผลกระทบข้างเคียงเช่นกัน คือ ผิวหนังจะเป็นรอยริ้ว หรือ ด่างขาว
  2. ลบด้วยไฟฟ้า (ELECTRIC CAUTERY) 
  3. การสักเพิ่มขึ้น (OVERTATTOOING OR RETATTOOING) เป็นการสักถมทับรอยเก่า หรือ การแก้ลายสักที่สักไว้ก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน
  4. การลอกออกโดยใช้สารเคมี (CHEMICAL PELING) วิธีนี้จะไม่นิยมใช้กันนัก เพราะเป็นการใช้กรดในการกัดชั้นผิวหนัง ซึ่งผลกระทบจะทำให้เกิดรอยแผลใหม่ขึ้นบนผิวหนัง ซึ่งในบางครั้งอาจทำให้ก่อเกิดแผลเป็น
  5. การกรอผิวหนังด้วยเครื่องกรอ ในรายของลายสักที่สักกับช่างมืออาชีพ เนื่องจากหมึกที่สักจะอยู่เพียงเฉพาะชั้นหนังกำพร้า การกรอด้วยเครื่องซึ่งมักผสมกับเกลือแกงที่มีความบริสุทธิ์ จะใช้ได้ผลเป็นอย่างดี ซึ่งระยะห่างระหว่างการทำ ประมาณ 3-6 เดือน
  6. การลบรอยสักด้วยการผ่าตัด เหมาะสำหรับคนที่มีรอยสักขนาดเล็ก เพราะทำให้เกิดแผลเป็น

ประเภทของรอยสักมีอะไรบ้าง

  • 1. ลายสักชนเผ่า (Tribal tattoo)
  • 2. ลายสักถมดำ แบบผสมผสาน (NEO tribal)
  • 3. ลายสักโอสคูล (American traditional tattoo)
  • 4. ลายสักนิวสคูล (New American traditional tattoo)
  • 5. ลายสักนีโอเทรดดิชั่นนอล (Neo-traditional tattoo)
  • 6. ลายสักญี่ปุ่น หรือ irezumi
  • 7. ลายสักไทย
  • 8. สักยันต์
  • 9. ลายสักแนวไบโอ (Bio tattoo)
  • 10. ลายสักภาพเหมือน (Realistic tattoo)
  • 11. ลายสักแนวจุด (Dotwork)
  • 12. ลายสักมานดาล่า (mandala tattoo)
  • 13. ลายสักข้อความความหมายดีๆ (Quote tattoo)
  • 14. Minimal tattoo
  • 15. ลายสักแบบสีน้ำ Watercolor tattoo

ลายสักแบบสีน้ำ Watercolor tattoo

รอยสักสีน้ำ รูป2
รอยสักสีน้ำ รูป3

เป็นลายสักในลักษณะที่ต้องใช้ศิลปะและฝีมือของช่างสัก เพราะจะมีลักษณะ การไล่สี เหมือนการระบายสีน้ำ จะมีความสวยงามที่เกิดขึ้นจากลวดลายการสะบัดสี เป็นลายสักที่ได้รับความนิยมประเภทหนึ่ง

ลายสักแบบมินิมอล Minimal tattoo

รอยสักมินิมอล
รอยสักมินิมอล รูป2

เป็นลายสักที่เรียบง่าย และดูร่วมสมัย รูปแบบลายสักเป็นลักษณะแบบเล็กๆ กะทัดรัด เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เป็นลายสักที่มีการออกแบบ ดูเรียบง่าย จะมีลักษณะเป็นลายเส้น มีรูปทรงเรขาคณิตเป็นส่วนประกอบ หรือการเอารูปภาพมาสักเล็กๆ เพื่อสื่อความหมายตามความต้องการ

ลายสักข้อความ ความหมายดีๆ (Quote tattoo)

รอยสักข้อความ
รอยสักข้อความ รูป2

เป็นการสักตัวหนังสือ เช่น ชื่อ หรือข้อความที่สื่อความหมาย ลายสักประเภทนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากลายหนึ่งเช่นกัน เพราะสามารถบ่งบอกหรือสื่อสารความหมายได้ทันทีที่เห็น

ลายสักมานดาล่า (mandala tattoo)

รอยสักมันดาร่า
รอยสักมันดาร่า รูป2

มีหลักพื้นฐานมาจากการออกแบบที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีที่มาเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา เริ่มแรกมาจากชาวฮินดู และชาวพุทธ โครงสร้างของลายสักจะมีลักษณะทรงกลมเป็นหลัก เป็นศิลปะลายสักที่มีความสวยงาม รวมทั้งความเป็นจิตวิญญาณ

ลายสักแนวจุด (Dotwork)

รอยสักสักลายจุด
รอยสักสักลายจุด รูป2

เป็นการสักในลักษณะ ใช้การจุด มีทั้ง สีโทนเดียว การเล่นสี  แม้กระทั้งเล่นแสงเงา หรือ ความเข้มจาง เพื่อทำให้รอยสักที่เกิดขึ้น ดูสวยงามมีมิติ ในหลายคนอาจสักเพื่อไม่เน้นเพื่อโชว์ให้เห็นเด่นชัดถ้าไม่ได้สังเกตุ หรือในหลายคนจะใช้การสักในลักษณะนี้เป็นการรวมจุดหลายๆจุดเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นลวดลายศิลปะ ที่สวยงาม